งานราชการ รัฐวิสาหกิจ เปิดสอบ แนวข้อสอบ actboard.129jump.com

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก


ค้นหา


12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่ตอบกลับ
เจ้าของ: อ.หวง

สรุป กฎหมายปกครอง

[คัดลอกลิงก์]

750

กระทู้

3105

โพสต์

3253

เครดิต

แอ๊คแก๊ง

Rank: 8Rank: 8

เครดิต
3253
 เจ้าของ| โพสต์ 8-1-2009 08:53:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด อ.หวง เมื่อ 8-1-2009 08:54 3 P" D$ v3 s" V; }# N% e) \ 3 V) o$ {3 c3 F * g' U4 C( v# W3 h W3 a1 f$ @0 q5 v * p! O9 _* ?# n! c

3. การขอให้พิจารณาใหม่

" A# J3 X6 G, C6 {$ ]

การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง คือ การโต้แย้ง คัดค้านในสิ่งที่ไม่เห็นด้วยในคำสั่งทางปกครอง การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองจะ

8 k; {# D( k/ o. s2 Q, Q/ _. D2 A

มีขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีคำสั่งทางปกครองออกมาแล้ว เมื่อไม่เห็นด้วยก็ต้องอุทธรณ์ จะมีขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีคำสั่งทางปกครองออกมาแล้ว เมื่อไม่เห็นด้วยก็ต้องอุทธรณ์หรือเพิกถอน หรือจะขอให้พิจารณาใหม่ เมื่อไม่เห็นด้วยก็จึงนำคดีไปสู่ศาลปกครอง

% Z7 ^3 c' T" o) |8 R

การอุทธรณ์ มี 6 หัวข้อ ดังนี้

4 X0 l5 Y/ a, ^7 i" R- w + M* Z7 Y- t4 j/ a3 m0 d; ^ 8 g8 [2 j9 V4 E. ]! Y1 C; E4 n; ^ 2 Z5 S6 l! a5 n+ g; W1 A$ V- |

1. ผู้ที่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง คือ คู่กรณีตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง คู่กรณี

* l' H) j, w) J+ M

สามารถอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองได้หมดไม่ว่าจะเข้ามาสู่กระบวนการพิจารณาด้วยวิธีไหน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นคำขอ ผู้คัดค้านคำขอ ผู้ถูกกระทบสิทธิจากคำสั่งปกครอง

6 t. R" d% h, J4 @/ n1 P
2 V1 d' C$ _5 d: q9 F, Z! ] k8 `! b0 @: Q1 K 7 |& O9 T: l5 m B1 n3 N7 R

2. อุทธรณ์กับใคร ตามมาตรา 44 เป็นหลักของการอุทธรณ์ กำหนดไว้ว่าการอุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งทางปกครอง ให้ยื่นต่อ

- j3 Q1 i! q, H% M: W1 B

เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครอง ซึ่งต่างจากการเพิกถอนและการขอให้พิจารณาใหม่

6 z+ S4 t8 ?' a' c% A& v. M- f& ?
2 \( |" s* W! u3 G. n, r3 V / Y, ?( z9 | V 7 ~# c/ R* c3 `2 x3 @8 o' u

3. กำหนดเวลาอุทธรณ์ มาตรา 44 ถ้าไม่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้จะต้องอุทธรณ์ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

4 e& s& A6 U& `& j! I# C

; _8 v+ ~9 V+ Q3 c

4. รูปแบบของการอุทธรณ์ มาตรา 44 วรรค 2 กำหนดไว้ว่าต้องทำเป็นหนังสือและจะต้องมีเนื้อหาสาระที่เป็นทั้งข้อเท็จจริง

+ X8 r% z( g5 h) v _$ r

และข้อกฎหมาย ที่จะเอามาอ้างว่าไม่เห็นด้วยเพราะอะไร จะต้องระบุให้ชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยตรงไหน ไม่เห็นด้วยในข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย หรือไม่เห็นด้วยทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย จะต้องเขียนไว้ให้ชัดเจนในคำอุทธรณ์ต้องมีครบถ้วน

K b! f7 s! X
7 r; h5 }1 c. g: N# P; j( |! ?3 H* t 6 @' s7 e( l3 ~( J9 F" M" s6 m! {# D' ^7 Z6 |5 u: S

5. การพิจารณาอุทธรณ์ ตามมาตรา 46 ประกอบมาตรา 45

* ^- a) |7 k& Z1 m

มาตรา 46 คือ การพิจารณาอุทธรณ์ของเจ้าหน้าที่ต้องทำอย่างไรบ้าง กระบวนการต้องทำอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่บังคับ

0 a" L1 v: M6 ~( [

ให้เจ้าหน้าที่ทำก็คือ เจ้าหน้าที่ที่รับคำอุทธรณ์จะต้องพิจารณาปัญหาข้อเท็จจริง ปัญหาข้อกฎหมาย ต้องพิจารณาความเหมาะสมของการทำคำสั่งทางปกครองทันทีที่เจ้าหน้าที่ได้รับคำอุทธรณ์

; C5 Z( _' [" c$ B: q

มาตรา 45 เป็นการกำหนดเวลาให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะต้องพิจารณาคำอุทธรณ์และแจ้งให้ทราบถึงผลการพิจารณา

2 g# I( N% Z9 E! s! |# ?

ภายใน 30 วันนับแต่วันรับอุทธรณ์ คือ ภายใน 30 วันกระบวนการอุทธรณ์ต้องจบแล้ว ต้องรู้แล้วว่าภายใน 30 วันนี้ผลมันเป็นอย่างไร เพิกถอนหรือไม่ เปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือปรับเปลี่ยนอย่างไรภายใน 30 วัน

8 t! X# F( a6 m" o 4 k- `& j/ l5 j8 ^0 x # f- @6 c) ~5 {0 q& H9 S6 {1 x 6 Q& c/ D$ U# j- [7 ^

6. ผลของการพิจารณาอุทธรณ์ มาตรา 46 ตอนท้าย อาจมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งทางปกครองเดิม หรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งนั้นไป

, d% v, _0 P/ l; S& U2 U3 O" r1 Z3 U

ในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งกฎหมายได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ไว้กว้าง ตรงที่ว่าไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นการเพิ่มภาระหรือลดภาระ สามารถเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องแก้ไขตามคำอุทธรณ์ เป็นอำนาจดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่โดยแท้ไม่ผูกพันตามคำขอ ถ้าผู้อุทธรณ์ยังไม่พอใจก็ต้องฟ้องศาลปกครอง

- {- W: f$ \ N. y

ข้อสังเกต การฟ้องต่อศาลปกครอง ก็คือ เจ้าหน้าที่ที่พิจารณาอุทธรณ์จะต้องแจ้งให้ชัดเจนว่าฟ้องยังไง ฟ้องภายในเวลาเท่าไหร่ แต่โดยหลักแล้วต้องฟ้องภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลอุทธรณ์

, F' w; y! T% r e A

การเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง

; s& ~% K' B* H+ K" G _+ U/ ]9 w0 D

การเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง คือ การทบทวนคำสั่งทางปกครองของเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครอง

* y6 u% p( ^1 ^& }( {; p

การเพิกถอนต่างกับการอุทธรณ์ ตรงที่การเพิกถอนเป็นดุลยพินิจ เจ้าหน้าที่ไม่จำเป็นต้องมีคนขอเข้าไป แต่การอุทธรณ์จะต้องมีคำขอเข้าไป

2 a* G5 n# u) w4 r1 t& E- U

หลักเกณฑ์การเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง

6 ?. W7 p+ \+ u% f$ V- Z7 N ) U4 r! r7 |; ~) @, A0 `6 Q1 k% D. O7 v! t+ x 1 r9 t9 g; @% _3 N

1. ผู้มีอำนาจเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง ตามมาตรา 49 วรรค 1 มี 2 คน

: N* q, F8 t. r1 N9 W( p

- เจ้าหน้าที่ออกคำสั่งทางปกครอง

7 ]1 l3 z E. y% P6 |$ z& b

- ผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ที่ออกคำสั่งทางปกครอง

6 G4 ^% l& D/ @5 g+ x" t

: Q8 z9 g) b9 K j4 h
! H. ^3 I! {1 v5 P: [0 T7 h6 n : o2 i% I6 f9 E% A1 j" r

2. ระยะเวลาในการเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง

$ u4 E6 y) t) w4 j- r

จะเพิกถอนคำสั่งทางปกครองเมื่อไหร่ก็ได้ แม้ว่าจะเป็นระยะเวลาของการอุทธรณ์ไปแล้วหรือแม้แต่ว่าคดีจะไปสู่ศาล

6 X7 P/ I& o/ \4 g9 P9 [; E6 U& X

ปกครองแล้วก็เพิกถอนได้

750

กระทู้

3105

โพสต์

3253

เครดิต

แอ๊คแก๊ง

Rank: 8Rank: 8

เครดิต
3253
 เจ้าของ| โพสต์ 8-1-2009 08:55:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
+ u% U2 l+ @& ]' y& @2 {

ผลของการเพิกถอนคำสั่งปกครอง

+ e4 x# a+ ?5 r! e

คำสั่งทางปกครองมีการเพิกถอนไปแล้ว คู่กรณีที่ได้รับความเสียหายมีสิทธิได้รับค่าทดแทน เช่น ถ้ามีคำสั่งให้ปิดสถานประกอบการ 30 วัน ซึ่งความจริงแล้วเจ้าของสถานประกอบการไม่มีความผิด ไม่ได้ทำอะไรขัดต่อกฎหมาย ใน 30 วันที่ปิดกิจการเกิดความเสียหายขึ้น ขาดรายได้จาการประกอบกิจการ เจ้าของสถานประกอบการสามารถเรียกค่าทดแทนได้ ตามมาตรา 52

. C/ J( W% G7 h U, ~

ในกรณีที่เจ้าหน้าที่เพิกถอนคำสั่งทางปกครองแล้ว และผู้รับคำสั่งทางปกครองได้รับความเสียหาย แล้วเจ้าหน้าที่ไม่จ่าย

0 ?9 E H# _& R

ค่าเสียหาย ผู้รับผลกระทบสามารถไปเรียกร้องจากหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่นั้นสังกัดอยู่ได้ภายใน 180 วัน

2 M" [! y; J1 |, q

การขอให้พิจารณาใหม่

6 |% z7 M" Q! x* F2 G3 j9 Y$ i

การขอให้พิจารณาใหม่ ตามมาตรา 54 เป็นกรณีที่ผู้รับคำสั่งทางปกครอง หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งทางปกครองขอให้เจ้าหน้าที่ออกคำสั่งทางปกครองเรื่องเดียวกันนั้นใหม่ และออกคำสั่งทางปกครองใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าไม่สามารถยื่นคำขอคำอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองไม่ได้แล้ว เนื่องจากล่วงเลยระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว

, o( t! l. s+ y* G

ซึ่งการขอให้พิจารณาใหม่ เป็นการขอให้เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่ออกคำสั่งทางปกครองรื้อฟื้นเรื่องขึ้นมาใหม่ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ

4 Y6 X; p+ b, X% E3 |# N5 j

ระยะเวลาในการขอให้พิจารณาใหม่ ตามมาตรา 54 วรรคท้าย

1 [6 U/ ` i) E( y, j. l

การยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ต้องกระทำภายใน 90 วัน นับแต่ที่ได้รู้ถึงเหตุที่อาจขอให้พิจารณาใหม่ได้

- I: e0 K. M# R6 B( u

การขอให้พิจารณาใหม่ เจ้าหน้าที่จะทำการพิจารณาใหม่ได้ จะต้องมีผู้ยื่นคำขอเข้าไปเหมือนกับการอุทธรณ์คำสั่งทางปกคอรงการบังคับทางปกครอง มาตรา 55 – มาตรา 68

+ ~$ }% H. p8 j7 N" _7 W* M

การบังคับทางปกครองมีเพื่อต้องการให้คำสั่งทางปกครองที่ออกไปเกิดผลในทางกฎหมาย และการใช้มาตรการบังคับทางปกครองจะต้องสมเหตุสมผล และชัดเจนแน่นอน

% ]: Z1 x" V2 y

มาตรการบังคับทางปกครอง แยกได้ 2 ประเภท

4 [. ~% V$ Z* c. p! z. F

ประเภทที่ 1 ตามมาตรา 57 เป็นคำสั่งให้ผู้ใดชำระเงิน เช่น ตำรวจจราจรตรวจควันดำแล้วให้จ่ายค่าปรับ การโบกรถให้หยุดเป็นคำสั่งทางปกครอง พอตรวจแล้วให้ปรับเป็นการปรับตามมาตรา 57 เป็นมาตรการบังคับทางปกครองที่ให้ชำระเงิน

: ?! m" M5 {* [1 `+ c- p7 F! b+ [! k

ประเภทที่ 2 ตามมาตรา 58 คือคำสั่งทางปกครองที่ให้กระทำการหรือละเว้นกระทำการ เช่น คำสั่งให้รื้อถอนอาคาร คำสั่งให้ปิดโรงงาน เป็นคำสั่งให้กระทำการ คำสั่งห้ามไม่ให้ขายของหน้าโรงพยาบาล เป็นคำสั่งละเว้นกระทำการ

, M5 B8 b B( j/ G+ ~

คำสั่งทางปกครองที่ให้กระทำการหรือละเว้นกระทำการ เจ้าหน้าที่มีมาตรการบังคับอยู่ 2 อย่าง

1 ?9 S" Y% B, i) N : S+ M+ `- x" @5 }! b- I9 }& P0 a! o# I4 v' Y( Z ) z% A* }& A# m* X6 \: f- O2 Z/ ~% r

1. เจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการแทน เช่น เจ้าหน้าที่สั่งให้รื้อแล้วไม่รื้อ เจ้าหน้าที่ก็เข้ามาดำเนินการรื้อถอนอาคารเอง เป็นอำนาจ

' }* G" F% l, u3 U) O5 K

ตามมาตรา 58 (1)

; g/ H8 _/ S; @3 g5 J) A5 H* l2 W4 `* ~ - T* I3 L- L, d% Q$ A" Y3 \+ U1 L # q+ n7 x& D( C/ X

2. เป็นการชำระค่าปรับทางปกครอง ต้องเป็นจำนวนที่สมควรแก่เหตุ แต่ไม่เกิน 20,000 บาทต่อวัน

3 t2 C1 y! I9 g9 C# B/ x# \

ข้อยกเว้นที่ไม่ต้องออกคำสั่งทางปกครองให้กระทำหรือละเว้นกระทำ คือ เป็นกรณีที่มีความจำเป็นที่จะต้องบังคับการโดย

) x2 i L) i# l

เร่งด่วน เพื่อ

, S2 S1 t3 I7 O. j9 J" R
( v; H( I2 _7 O @& ]+ F/ Y. l0 y3 E+ y. |( n- z9 | ! W) v; y, @" _

1. ป้องกันมิให้มีการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายที่มีโทษทางอาญา

6 o( N. Q) c0 @4 ^+ C( U7 t

( a- S1 [, U2 _2 L

2. มิให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ

. Y/ Q! y3 \) C$ ^5 D* P& V0 y

แต่ต้องกระทำโดยสมควรแก่เหตุและภายในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตน

5 b5 K( M# n1 B0 a9 Z; |; U) r) L& E) b+ v

มาตรา 59 กำหนดว่า ก่อนเจ้าหน้าที่จะใช้มาตรการบังคับใดๆ เจ้าหน้าที่จะต้องมีหนังสือเตือน และในหนังสือเตือนจะต้องระบุ

$ J/ o H( w* t) F( H

มาตรการที่จะให้กระทำได้ไว้ชัดเจน และต้องระบุค่าใช้จ่าย และระบุถึงด้วยว่าจะให้ใครไปกระทำการแทน มาตรา 59 ระบุว่าเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่จะต้องกระทำ ก่อนที่จะลงมือปฏิบัติการ

2 Q" g% k3 d( `1 t. v

ระยะเวลาและอายุความ มาตรา 64

0 K' x" U4 a6 h8 N# d/ Q0 R0 |( {; b3 G4 }# B3 W , Y% _# Y! @7 b( B ; \8 A3 Z, W1 [0 O+ J

1. การนับระยะเวลาของคำสั่งทางปกครอง หรือเรื่องทางปกครองทั้งหมด ให้เริ่มต้นนับในวันรุ่งขึ้นไม่ใช่นับในวันที่มีคำสั่ง

" g8 U2 E( J6 H! E4 K; d

ทางปกครอง

750

กระทู้

3105

โพสต์

3253

เครดิต

แอ๊คแก๊ง

Rank: 8Rank: 8

เครดิต
3253
 เจ้าของ| โพสต์ 8-1-2009 08:56:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด อ.หวง เมื่อ 8-1-2009 08:57 4 r$ p+ I5 D: P6 n4 G' K6 m y 2 W; Y `) G" B% C / v' J* J/ Y5 `% y" E u& e: B9 n8 |% z7 V8 n

2. ถ้าเป็นกรณีที่บังคับให้เจ้าหน้าที่ต้องกระทำ แม้ว่าวันสุดท้ายเป็นวันหยุดก็ให้นับรวมไปด้วย

8 c& s: Y4 h3 t8 t

. v- M; L; F) P( u1 o/ G% z

3. ถ้าการนับระยะเวลาเป็นกรณีที่ต้องบังคับแก่ประชาชน ถ้าครบกำหนดระยะเวลาวันสุดท้ายเป็นวันหยุด ก็ไม่นับ ให้นับวัน

" B+ K) h) p2 J0 Z+ `" u

ทำการวันแรกเป็นวันสุดท้าย

: b% n' Z7 X" W$ C [& h3 z

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ..2542

: ?; g- x( \! N% u, p l

คดีปกครอง คือ คดีพิพาทระหว่างหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชน หรือหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยกันเอง ซึ่งเป็นข้อพิพาทอันเนื่องมาจากหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจทางปกครองออกกฎหรือคำสั่ง หรือกระทำการอื่นใดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องมาจากการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ทางปกครองตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร หรือเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง

" t- h9 f) y* V# w) Q+ a) e- H

ลักษณะสำคัญของคดีปกครอง

8 |6 w" X$ D ^$ R9 r! J) \ 1 N7 _0 ^# r1 k7 C% @8 w, n3 t1 z) I% H% \; T$ F6 ~ 5 Q3 H' f: F8 S# i o

1. คดีปกครองเป็นคดีพิพาทระหว่างหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชน หรือระหว่างหน่วยงานทาง

* q; `3 K3 S$ y% {

ปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยกัน

, J1 d, S! e9 S. F& C% ~' \
' ]& g% r; J+ }+ P7 V. A1 Z8 M F5 l, r) J E: h ) [! W3 e. K1 T$ R

2. คดีปกครองนั้นจะต้องเป็นคดีพิพาทที่เกิดขึ้นจากการกระทำ 3 ประการดังต่อไปนี้ ของหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่

& R7 ^8 r4 b+ m

ของรัฐ คือ

; w1 C- I* F, X0 R, I& g

(1) การกระทำที่เป็นการใช้อำนาจทางปกครอง

' H% P& r. q$ [# k# R4 T

(2) การที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ทางปกครองตามที่กฎหมายให้ต้องปฏิบัติ แล้วต้องปฏิบัติหน้าที่นั้นล่าช้าเกินสมควร

: j9 s9 `. D& X

(3) สัญญาทางปกครอง

: x3 f3 k2 Z& M; l. G- G% [

คดีที่อยู่ในอำนาจศาลปกครอง

+ V5 O# _) p3 r/ U2 B" i5 K( M( Y! W w4 q o9 ^) w, q3 @& k- X- b $ @1 q8 R& s8 B3 t1 C- Q " S$ X5 h0 K) |

1. คดีตามมาตรา 9 วรรค 1 (1) การกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มี 8 ลักษณะ

r; W) ^% m$ k

(1) กระทำโดยไม่มีอำนาจ คือ หน่วยงานทางปกครอง เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกฟ้อง กระทำการออกคำสั่ง หรือกระทำการ

( u6 ^' C8 u* w: @/ f/ n6 |

อื่นใด โดยทีไม่มีกฎหมายฉบับใดให้อำนาจไว้

h; s: ^& i5 C- y+ g5 l2 c

(2) กระทำนอกเหนืออำนาจ เป็นเรื่องของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีอำนาจจะกระทำได้ตามกฎหมาย

4 _8 M* B+ Y) M: V$ U8 H, _

แต่กระทำนอกเหนือไปจากขอบเขตที่กฎหมายกำหนดให้อำนาจไว้

. `& W9 `7 [9 @1 F4 W! h% |

(3) กระทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นกรณีที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ออกกฎหรือออกคำสั่ง ซึ่งมี

# q/ H) k, X5 Z5 [2 }" V; J( \

ข้อความขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายฉบับที่ให้อำนาจไว้

$ l4 `3 W4 v: c% p0 E3 o: I

(4) กระทำโดยไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอนหรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดไว้สำหรับการกระทำนั้น เช่น กฎหมายกำหนดรูปแบบและขั้นตอนของการออกคำสั่งไว้และวางหลักไว้ว่า ผู้ออกคำสั่งจะต้องให้เหตุผลประกอบคำสั่ง ถ้าคำสั่งไม่มีเหตุผลประกอบเป็นการผิดแบบไม่เป็นไปตามรูปแบบที่กฎหมายกำหนด

/ ~9 J* ?" ]+ f! C

(5) กระทำโดยไม่สุจริต เป็นการใช้อำนาจบิดเบือนโดยมีเจตนา หรือวัตถุประสงค์นอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ที่กฎหมายให้อำนาจไว้ เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวหรือของผู้อื่น ไม่ได้กระทำการนั้นเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะตามวัตถุประสงค์ของกฎมาย

. w) d Q. ]0 d" [$ M' c2 B) [# t

(6) การกระทำที่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม เป็นการกระทำโดยขาดหลักความเสมอภาค โดยใช้เกณฑ์ ทางเชื้อชาติ ศาสนา เพศ ความคิดทางการเมือง มาเป็นตัวตัดสิน เป็นต้น

1 e% `3 n+ Q" b6 D7 A4 d( Z

(7) เป็นการสร้างขั้นตอนโดยไม่จำเป็นหรือสร้างภาระให้เกิดกับประชาชนเกินสมควร

{: O, G( ]. R/ k. y

(8) การใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ อำนาจดุลยพินิจ คือ การที่ฝ่ายปกครองมีอำนาจตัดสินใจอย่างอิสระที่จะเลือกกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าเลือกกระทำการหรือไม่กระทำการรักษาประโยชน์สาธารณะ โดยมีเหตุผลอันสมควรแล้ว ล้วนเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยชอบแล้ว

& p$ m4 Z/ e. _1 N 4 T4 J, s4 N) R$ b& _9 d; }% ~9 q 7 e! a7 t7 H. W/ f+ e- L; `1 ]+ K+ y! z4 U

2. คดีที่ฟ้องว่าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ แล้วแต่กรณีละเลยต่อหน้าที่ทางปกครองตามที่กฎหมายกำหนดให้

750

กระทู้

3105

โพสต์

3253

เครดิต

แอ๊คแก๊ง

Rank: 8Rank: 8

เครดิต
3253
 เจ้าของ| โพสต์ 8-1-2009 08:57:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด อ.หวง เมื่อ 8-1-2009 08:59 , L4 g2 |( s% p$ E2 V5 O4 p) G. t! ` : Y9 D* }* w3 E: j) y v+ g

ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร และมีคำขอให้ศาลพิพากษาให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นภายในเวลาที่ศาลกำหนด ตามมาตรา 9 วรรค 1 (2) เช่น ประชาชนร้องเรียนเจ้าหน้าที่เนื่องจากบริษัทกำจัดขยะทำการกลบฝังหรือทำลายขยะไม่ถูกต้อง เป็นเหตุให้ส่งกลิ่นเหม็น ร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็ละเลยไม่ดำเนินการสั่งให้บริษัทระงับการกระทำดังกล่าว ถือเป็นคดีปกครองตามมาตรา 9 วรรค 1 (2) คำสั่งศาลปกครองสูงสุด 106/44

# } R1 ~% F/ B9 u 9 B- k" G8 C O# l: x# \7 @3 i6 T, ? : w2 _4 F5 U Z) l: u: R- f

3. เป็นกรณีการละเมิดและความรับผิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ และขอให้ศาลพิพากษาสั่งให้หน่วยงาน

) r2 b8 L$ ^$ D

ทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเยียวยาความเสียหาย โดยสั่งให้ใช้เงินส่งมอบทรัพย์สิน หรือกระทำการหรืองดเว้นกระทำการ มีเงื่อนไข 2 ประการ

3 U% }7 \% |( j. `- z

(1) ต้องเป็นคดีหรือข้อพิพาทที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น ออกคำสั่ง มักใช้ใบอนุญาตโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

( A0 K1 Y5 J1 ?. \: a

(2) เมื่อเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่แล้ว ก็ต้องประกอบด้วย 4 ข้อ

, q2 s% Q& j4 A; M5 z

1. การใช้อำนาจตามกฎหมาย

, q- ?. L- Z1 ~. ~

2. การออกกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น

) {# C- f* O5 u: ?2 F: ]9 W

3. ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ เช่น เจ้าหน้าที่ละเลยไม่พิจารณาคำขออนุญาตเปิดกิจการ

1 Y6 l3 i+ L" W* b) ~( H3 F% o

โรงงาน เป็นเหตุให้ผู้ประกอบการได้รับความเสียหาย

4 v, t" i. x2 H/ G8 A4 r

4. การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร

& e1 e* Z) `5 W3 u( f% \0 D: Y2 k8 x $ @) z4 I- K( r& j+ [ 3 e1 }- i2 E$ j% `4 f; o

4. คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ต้องดูว่าเป็นสัญญาทางปกครองหรือไม่ เป็นกรณีที่คู่ฟ้องคดีมีคำขอให้ศาลปกครองมี

$ f; q3 R( n. C, `1 f* @/ e

คำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีชำระเงิน ค่าเสียหาย ฐานผิดสัญญาและส่งมอบทรัพย์สินหรือให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการ ตามที่กำหนดไว้ในข้อสัญญา

/ u# p6 e* l! ~& a8 S
; z) m4 Z+ O* ` 2 E+ u, o* h6 f - O9 [" a& _3 Z5 Z. G

5. เป็นคดีที่มีกฎหมายกำหนดให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแล้วแต่กรณี ฟ้องเอกชนต่อศาล และขอให้ศาล

4 b0 H3 O+ Q0 j* H

บังคับให้เอกชนทำการหรืองดเว้นกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เช่น กรณีบุคคลก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นรุกล้ำเข้าในน่านน้ำ ซึ่งเป็นทางสัญจรของประชาชน หรือในทะเล หรือชายหาดของทะเล โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าท่า ซึ่งกฎหมายบัญญัติให้เจ้าท่ามีอำนาจออกคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างนั้นออกไปให้พ้นทางน้ำ ถ้าผู้รับคำสั่งไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของกรมเจ้าท่า กรมเจ้าท่าไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะไปจัดการรื้อถอนอาคารนั้นด้วยตนเอง แต่กรมเจ้าท่าต้องไปฟ้องศาลขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้ผู้รับคำสั่งรื้อถอนอาคารนั้น

# q$ I/ t! l$ N; H( l1 R5 m/ N3 q5 ]6 V / P7 _+ a- u9 P4 F; e0 c$ q: f2 g3 {( c+ B/ ], P P

6. เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับเรื่องที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครอง เช่น ข้อพิพาทตามคำชี้ขาดของคณะ

, m+ k( k( x& A. E$ R8 ~8 }+ D9 ~! i4 z

อนุญาโตตุลาการเป็นข้อพิพาทตามสัญญาทางปกครอง ศาลปกครองมีอำนาจเหนือคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง จึงต้องไปขอที่ศาลปกครอง

. |0 x) l* [: `

คดีที่ไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรค 2

( U6 {0 \7 X* c ( C. ~2 K M" \ Z9 _2 ] 5 t) B2 d) c7 a" ?% u; b2 B % y# K$ h& h2 o1 W/ z

1. การดำเนินการเกี่ยวกับวินัยทหาร

3 a0 t9 ?: W9 s. F0 C! \! _2 y

. m! T2 B7 n0 U; Q ]3 R7 L. B

2. การดำเนินการของคณะกรรมการตุลาการกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ

' Y/ A; S+ @) w9 D

# ^$ S6 U8 l- `5 u9 b

3. คดีที่อยู่ในอำนาจของศาลชำนัญพิเศษ

! |- ]' ~& X2 v3 p" X: `! O6 v" c3 o

$ h$ B, ]+ O% j" s$ V
4 ]; {# S4 F: L3 V 9 d5 @; L* [) | s# K3 j

- ศาลเยาวชนและครอบครัว

) A, X9 N* I- [8 G2 B

, a9 R$ S' j$ d* ^* ~' q$ \

- ศาลแรงงาน

" C, k' G( c/ N

- z1 b. d, {2 [% l) k6 ~$ {& ?& L

- ศาลภาษีอากร

2 X9 @8 r. `# j7 @8 V

+ I, `8 E3 T" A3 u0 X, _

- ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

4 j0 F* F& k) d3 f/ Y

9 b$ q) \* e* h3 g3 e/ N

- ศาลชำนัญพิเศษอื่นๆ

' ]! T) w3 ^8 o2 K4 \0 d' q6 c6 K

เงื่อ

750

กระทู้

3105

โพสต์

3253

เครดิต

แอ๊คแก๊ง

Rank: 8Rank: 8

เครดิต
3253
 เจ้าของ| โพสต์ 8-1-2009 09:00:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขล่าสุด อ.หวง เมื่อ 8-1-2009 09:04 5 |4 t+ H6 q: W4 p . k, U" G z: a% _# L! F / V& D1 v% x( P/ Z" M: o% n0 K, R

คดีที่ไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรค 2

7 U+ L* H+ C/ R g% v 8 {2 M% |4 N& w! S) J) _ G( t2 E2 R8 O) b1 j/ J * J8 o5 s* @" f X; R+ m

1. การดำเนินการเกี่ยวกับวินัยทหาร

& Q( f# E2 W/ h7 Q+ R: V

1 `. {3 ] v0 |) D' |

2. การดำเนินการของคณะกรรมการตุลาการกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ

1 D. a- Y# T) j3 `

, Y: F8 a0 E- U+ w7 n, B( S% F% S u6 ?% f

3. คดีที่อยู่ในอำนาจของศาลชำนัญพิเศษ

( B# f) _" Q( Z; B! f- n0 x4 _+ P

$ G7 }. |* O$ R
2 G1 J# G ?/ _0 y0 Q - ~7 N' O3 I5 ~, |/ H8 @/ l+ x

- ศาลเยาวชนและครอบครัว

/ D9 I9 ~, j+ m, U

! A( J/ m. C2 K$ i, c* M2 T' e5 t

- ศาลแรงงาน

# K! a% G2 N- k; Y x* \

) H9 X' R. Q% V: ^" V

- ศาลภาษีอากร

% J8 c: @" d H( C

1 X5 N) H }0 A4 ^) z

- ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

3 w; I& f4 @7 k! |( m6 b

# O8 c* |& n2 n0 _8 w% r

- ศาลชำนัญพิเศษอื่นๆ

6 h# Z# h2 d1 G' W

เงื่อนไขการฟ้องคดีปกครอง

' U) o2 {" X3 ]1 S6 V' r3 A) @ # N. R" Y! s8 u; l: e0 e6 M3 l% M2 M, R2 O G0 L) p2 S" H& r* J 2 @; i5 H1 l$ e! u, p0 b, f' {. R

1. เงื่อนไขเกี่ยวกับผู้มีสิทธิฟ้องคดี และความสามารถของผู้ฟ้องคดี ตามมาตรา 42

4 z1 c4 A, s. ]/ \4 B C5 ~

๑๒

6 Y. u7 ^2 Y u: o2 e3 i, }

 

' ~. C* \) K L* B. Y. @

ผู้ที่ได้รับความเดือนร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อน หรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ อันเนื่องมาจาก

1 Q" P/ z$ y9 }6 [5 N

& s" B$ t: e7 T1 I/ Z- G
- F8 r4 s. `- N9 l. ?2 @ & w( _& l* a/ }$ e6 c& V- [& ]3 f+ O+ Y- F9 ]: M : @, }4 Q" `: H 2 e& F, d) Q8 W( @# p

(1) การกระทำหรือการงดเว้นกระทำของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ

- [; T: F' O/ l* F) |

8 ]# i4 h# x8 s7 y4 ]

(2) มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง

* m s# l: e0 Q8 K* R

- y. s0 u8 Y. C* X! [' ?5 E

(3) กรณีอื่นที่อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครองตามมาตรา 9

% I2 p+ U# |. Z, Y/ X! f

* J2 X. v9 c( g* p( i

(4) กรณีการแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อน หรือความเสียหาย หรือยุติข้อโต้แย้งนั้น ต้องมีบังคับตามมาตรา 72

' R% G" a9 y' ~1 Y

. d( V# d% k+ G/ C

2. เงื่อนไขเกี่ยวกับคำขอในคำฟ้องให้ศาลมีคำบังคับ เพื่อแก้ไขความเดือนร้อนเสียหาย ตามมาตรา 72

5 k- T. i6 k3 } ^1 O

. V; Y" L, G# I* P1 G
% |9 D5 r7 [, P5 E* @ ; P% P& {: d3 c

(1) ขอสั่งให้เพิกถอนกฎหรือคำสั่ง หรือสั่งห้ามกระทำทั้งหมด หรือบางส่วน

( X) |: E6 O+ Q" _* g- B. S X

: ~6 r% j1 W% `, H4 Y I4 T7 ~

(2) ขอให้ศาลสั่งให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติหน้าที่ภายในเวลาที่ศาลปกครอง

! s1 z4 R; t" r9 Z7 P O: {( Z

กำหนด

; v8 H6 T. B& u p

0 \2 G3 @# T/ R8 J" m) ~$ d
/ b( w. Q) K4 O, @2 \$ z & I9 v: J: D8 H' g 0 u! w" m$ I% Y2 Q + J" ]% i( I9 |: t, ] 0 {! t% H7 j( Y3 M+ `& C5 \& b9 m% ?

(3) ขอให้ศาลสั่งให้ใช้เงิน หรือใช้ส่งมอบทรัพย์สิน หรือให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการ เช่น ให้ชำระค่าจ้างหรือเงินอื่นใดตามสัญญาทางปกครอง

! l0 @& _7 c1 \/ M

' x0 n9 O) J* ]; p X9 U# k

(4) สั่งให้ถือปฏิบัติต่อสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น ฟ้องคดีเพื่อให้ศาลสั่งว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีสัญชาติไทย และให้ถือปฏิบัติต่อผู้ฟ้องคดีในฐานะผู้มีสัญชาติไทย

' \9 g9 H; `2 ^0 A! i

5 n4 t6 e' S/ @* B% i H& w

(5) สั่งให้บุคคลกระทำหรือละเว้นการกระทำ อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย เช่น เจ้าท่าสั่งให้รื้อถอนเรือนที่ปักเสาลงในน้ำ เมื่อเจ้าของเรือนไม่รื้อถอนก็ต้องฟ้องต่อศาล ให้ศาลสั่งให้รื้อถอนเรือน

* L+ n# \- Z$ w" V/ j& z+ I: m' L5 I

, b5 _- p- c- h Q' D. M, w

3. เงื่อนไขเกี่ยวกับการเยียวยา แก้ไขความเดือดร้อนเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี

! t' H8 C9 H! c7 H4 T7 I3 s5 {. u

$ Y) [5 Y/ Z. u. w+ ^' D

4. เงื่อนไขเกี่ยวกับคำฟ้องและเอกสารที่ยื่นต่อศาล ( เป็นเรื่องของเสมียน)

6 [4 I; b) O$ k6 t8 i

* C5 L" O1 z+ x' ^

5. เงื่อนไขเกี่ยวกับระยะเวลาในการฟ้องคดี

$ ^: s( M+ Y6 z6 g& p

คดีปกครองระยะเวลาในการฟ้องคดีสั้นมาก มีระยะเวลาอยู่ 3 กรณี

. j5 j+ g, F& }* |! O5 U

1 K8 J( U+ t8 p# q
$ y) Q* Q) z# x) F6 Y1 B( S7 E& }" Y6 N# }/ @* D T & H. u o" y1 g ^$ V8 y' N+ ~8 \% y# n6 L" O0 N" s" o - k# X8 ?9 _, M; r* P3 w

1. การฟ้องคดีปกครองทั่วไป ตามมาตรา 49 ถ้าเป็นคดีปกครองทั่วไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องคำสั่งทางปกครอง เรื่องกฎ

$ M& d; c1 I% E1 D3 ^' K2 b. I' Y" G

จะต้องฟ้องภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้เหตุแห่งการฟ้องคดี

0 H5 H# q/ O4 n* d ( U! j% O3 s$ r: e / V7 R0 E) X6 K 5 S% d3 g# e8 k7 k) a& U4 c1 J/ l 3 u0 E! W% m% y1 o3 M+ P3 ~4 M7 I8 M: n( ~" t6 W

2. การฟ้องคดีปกครองที่เกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือสัญญาทางปกครอง ต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รู้หรือ

: u0 t4 h/ a& T5 D# j/ M

ควรรู้ถึงเหตุแห่งการการฟ้องคดี แต่ต้องไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่เหตุแห่งการฟ้องคดีมันเกิดขึ้น ตามมาตรา 51

% S- ~8 n. C# T% q9 e . f5 V+ z% ~4 ?8 q7 A( O( f" u) p- Q E8 y1 J4 D8 U$ \: |# b! @& D . y& ?: I6 N( F4 E* s- O# D5 m. ]2 C1 M/ \ n8 l' I* L( s

3. การฟ้องคดีปกครองเกี่ยวกับการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะหรือสถานะของบุคคล การฟ้องคดีในกรณีไม่มีอายุ

8 p, z# ]2 w7 I8 C. U8 }3 f G

ความฟ้องเมื่อใดก็ได้ ตามมาตรา 52

- I, f3 ^, }1 m4 q, c# V9 K; P! d- y

มาตรา 52 วรรค 2 เป็นลักษณะพิเศษของศาลปกครอง คือ การฟ้องคดีที่พ้นระยะเวลาไปแล้ว ศาลอาจใช้ดุลย

0 I2 |1 w. R; k3 [

พินิจรับไว้พิจารณาได้

. f3 h& _5 O& x" e

6. เงื่อนไขเกี่ยวกับข้อห้ามในการฟ้องคดีต่อศาลปกครอง มี 4 กรณี ศาลปกครองจะไม่รับฟ้องไว้พิจารณา

q! `* D, P2 q0 Y

1. ฟ้องซ้ำ

9 y- A" H# O) N# ^

2. ฟ้องซ้อน

* h1 f: }# Y4 n9 E% H/ x

3. ดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ

+ r* W$ q4 L( ~5 V3 ~* l! ~/ {1 q

4. การห้ามฟ้องเจ้าหน้าที่ทำละเมินในการปฏิบัติหน้าที่ ตาม ม.5 แห่งความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.. 2539

7 y7 W2 h0 ?2 O! _/ V

... ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.. 2539

$ R# y4 D0 q5 g: i

****การกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่

2 v3 \4 w. p D. ^" q* n

ตาม พ... ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่*

m [' u+ C+ z4 Q7 `( s$ A

  แยกได้ 2 กรณี

6 z) E- p1 L. ?) s. |. R# `

1. เจ้าหน้าที่ได้กระทำการละเมิดเนื่องจากการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ แยกได้ ดังนี้

0 \+ `/ e L+ z; v3 j

1) ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการทำละเมิดของเจ้าหน้าที่

" o: e6 f5 y2 M# D

 

750

กระทู้

3105

โพสต์

3253

เครดิต

แอ๊คแก๊ง

Rank: 8Rank: 8

เครดิต
3253
 เจ้าของ| โพสต์ 8-1-2009 09:01:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
- 1 t. z! y! ~' T- _3 M5 ]

- ราษฎรได้รับความเสียหาย จะฟ้องเจ้าหน้าที่ทำละเมิดไม่ได้ จะต้องฟ้องหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ดังกล่าวสังกัดอยู่โดยตรง ตาม ม.5 ซึ่งเมื่อหน่วยงานของรัฐต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายแล้ว ถ้าเจ้าหน้าที่นั้นได้รับ๑๓

, D+ D3 ?! f9 a- \) i

กระทำการนั้นไปด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หน่วยงานของรัฐ มีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ดังกล่าวชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่หน่วยงานของรัฐนั้นได้ แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ได้จงใจหรือว่ากระทำการประมาทเลินเล่ออย่างธรรมดา เจ้าหน้าที่ก็ไม่ต้องรับผิด ตาม ม.8

0 A6 J# a$ v' _. D H

- หน่วยงานของรัฐไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐทั้งเจ้าหน้าที่นั้นสังกัดอยู่หรือไม่ก็ตาม การเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่กระทำละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ม. 10 ได้บัญญัติให้นำ ม.8 มาใช้บังคับโดยอนุโลม คือ จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากหน้าเจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิดได้ เจ้าหน้าที่ดังกล่าวจะต้องกระทำด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเท่านั้น ถ้าไม่ได้จงใจหรือกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างธรรมดา จะเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่ได้

/ Y6 o0 j* D, _" ?7 E. T% ^

2.) การฟ้องคดี

& I4 X# g9 @$ z, R, n. w! ?

... จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.. 2542 มาตรา 9(3) ได้กำหนดว่าคดที่พิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎคำสั่งทางปกครองหรือคำสั่งอื่น ดังนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้กระทำละเมิดเนื่องจากการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ไม่ว่าจะได้กระทำต่อผู้เสียหายหรือหน่วยงานของรัฐ ก็จะต้องฟ้องคดีที่ศาลปกครองโดยอาศัย ม.9(3) แห่ง พ... จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง

3 p1 ~2 g; }1 J* T" X( X* J

2. เจ้าหน้าที่ได้กระทำละเมิดที่มิใช่ในการปฏิบัติหน้าที่

6 b; k! A% _6 g7 c4 _1 I# k

1) ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่

+ `) Z6 [' `0 i2 V2 o4 s& T/ T

- ราษฎรที่ได้รับความเสียหาย สามารถฟ้องเจ้าหน้าที่ที่ทำละเมิดได้โดยตรงจะฟ้องหน่วยงานของรัฐไม่ได้ เจ้าหน้าที่จะต้องรับผิดเป็นการเฉพาะตัวเนื่องจากากรทำละเมิด ตาม ม.6

. I* z: M/ P& ^; C. Z$ h( P

- หน่วยงานของรัฐไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่นั้นสังกัดอยู่หรือไม่ก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่ได้กระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ ม.10 บัญญัติไว้ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

) I8 r! ~; C$ _9 e n9 N

2) การฟ้องคดี

! d) @- T9 @8 u$ t" ` P

เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่ได้กระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ จึงไม่อยู่ในบังคับของ ม.9(3) แห่ง พ...จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.. 2542 จึงไม่ใช่คดีที่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง จึงต้องนำคดีไปฟ้องที่ศาลยุติธรรม

12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่ ตอบกลับ
โหมดขั้นสูง
B Color Image Link Quote Code Smilies

รายละเอียดเครดิต

รูปแบบข้อความล้วน|Mobile|รายชื่อผู้กระทำผิด|งานราชการ รัฐวิสาหกิจ เปิดสอบ แนวข้อสอบ actboard.129jump.com

GMT+7, 1-11-2014 08:28 , Processed in 0.056584 second(s), 10 queries , Xcache On.

Powered by Discuz! X3.1 R20140301, Rev.30

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้