งานราชการ รัฐวิสาหกิจ เปิดสอบ แนวข้อสอบ actboard.129jump.com

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก


ค้นหา


ดู: 21082|ตอบกลับ: 11

การอ่านตีความ

[คัดลอกลิงก์]

330

กระทู้

2185

โพสต์

109หมื่น

เครดิต

Knights

แอ๊คแก๊ง

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

เครดิต
1099059
* T0 B+ W' }3 T1 w6 P" f- N  {. r
             การตีความคือการอ่านเพื่อให้ทราบความหมายหรือความคิดที่สำคัญของเรื่องการตีความมักเป็นไปตามประสบการณ์และความรู้สึกของแต่ละคนไม่จำเป็นว่าทุกคนจะต้องตีความตรงกันเสมอไป
. d5 `& L: e; S" X! D1 ]! M. f1 V) v: e( _7 }8 p* e) A! u
3 P5 g4 l3 X! ?2 N7 y+ x
           การตีความควรประเมินค่าและบอกได้ว่าสิ่งไหนมีความดีด้านใดและบกพร่องในส่วนใดควรพิจารณาถึงรูปแบบและจุดประเทศในการเขียนแล้วจึงชี้ข้อดีข้อบกพร่องโดยพิจารณาให้เหมาะสมกับประเภทของงานของการเขียนนั้นๆคุณภาพของถ้อยคำสำนวนที่ใช้มีความเหมาะสมหรือไม่เพียงใด เป็นต้น. [8 a, ?# x/ p& l) i  ~8 W# z  }

4 A) C" t: w* T+ }0 z" f" O
5 R6 u$ k. N$ h+ ^) ^5 C4 J+ I
; m: P+ e. V$ mลักษณะของคำถามในเรื่องการอ่านตีความ( Y5 }4 q' T9 g3 z5 ?4 C
    อาจจะถามเกี่ยวกับคำถามดังต่อไปนี้
& s* W" N3 s: A$ w    1. การตั้งชื่อเรื่อง (สามารถสรุปใจความสำคัญ ข้อความที่อ่านได้)
! a- I' K: Y+ b. w$ p8 V" |    2. รู้จุดมุ่งหมายของผู้เขียน
5 }$ e8 J% Q2 y# Q: r    3. รู้ความหมายของข้อความ5 Y+ ^. n) L- b1 n+ o: q
    4. รู้ความสำคัญของเรื่อง/ j; P; d" K. m5 J5 w  f6 g/ F  U
    5. รู้ความหมายของคำศัพท์
7 p' }  h9 W8 G! _    6. รู้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน( p# q1 E; T4 b( U! ~! ~: ?
    7. ระเบียบวิธีคิด (คือการวิเคราะห์และประเมินผลได้)
. v  w  X  N' j2 p" u# a    8. ความสัมพันธ์ระหว่างย่อหน้าและระหว่างประโยค
6 ~& q7 N. D2 i3 u9 _    9. วิธีนำเสนอเรื่อง(อธิบายตามลำดับขั้น ยกตัวอย่าง ชี้ผลลัพท์ที่สัมพันธ์กัน ให้คำนิยาม ด้วยถ้อยคำที่แปลกออกไป)
# O8 x4 K0 F- w    10. การประเมินข้อความ เนื้อเรื่องที่อ่าน.                              
0 B( U: t% x) N

330

กระทู้

2185

โพสต์

109หมื่น

เครดิต

Knights

แอ๊คแก๊ง

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

เครดิต
1099059
 เจ้าของ| โพสต์ 1-3-2009 05:34:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
การวิเคราะห์เนื้อหาการตอบคำถาม                                                                                                                                                                                                                                                                                                                       
6 g4 C& O$ |5 c: y* H! T           การวิเคราะห์เนื้อหาและการตอบคำถามต้องพิจารณาถึงการใช้ถ้อยคำสำนวนว่าเหมาะสมหรือไม่เพียงใดนกจากนั้นควรพิจารณาว่าผู้อ่านมีความคิดแทรและมีความคิดเสริมอันสืบเนื่องจากเรื่องที่อ่านอย่างไร
; g" S+ N! I# E5 R    ( ]$ J9 E% b# h1 H3 @
    ความคิดแทรก หมายถึง ความคิดที่เกิดขึ้นในสมองของผู้อ่านขณะวิเคราะห์ เป้นความคิดที่เกิดขึ้นเอง โดยมิได้ปรากฎในเรื่องที่อ่าน . m  n. m: h$ X; h! `$ P& T2 X& A
    6 v1 D! _  e+ a  e  ~' E
    ความคิดเสริมหมายถึงความคิดที่เกิดขึ้นกับผู้อ่านหลังจาที่อ่านจบและวิเคราะห์บทความหรือข้อความนั้นเสร็จสิ้นไปความคิดเสริมอาจเป็นความคิดที่ต่างเรื่อง ต่างประเด็นไปจากเรื่องที่อ่านแต่จะมีความเกี่ยวเนื่องกันมากหรือน้อยแล้วแต่บุคคลและโอกาส- O, ~6 y5 W8 q* m6 ~
    , ^4 \1 c" V* K) {
    การอ่านเพื่อวิเคราะห์ หมายถึง การแยกออกเป็นส่วนๆเพื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพื่อแสวงหาสาระที่อยู่ในข้อความ บทความเนื้อหาที่อ่านนั้น  t) r" Y6 E0 @( m$ _$ U
   
9 [4 m" T! _, x, N4 O9 ]2 Q; E          เวลาอ่านเพื่อวิเคราะห์ต้องพยายามหาคำตอบว่า ข้อความบทความเนื้อเรื่องนั้นให้ความรู้อะไรบ้างผู้เขียนแสดงความคิดเห็นอะไรให้ทราบบ้างขณะที่เขียนมีความรู้สึกอย่างไรพฤติกรรมเหล่านี้ผู้อ่านควรจะวิเคราะห์ได้
4 H& D4 m- D4 |, d& u2 N   
% `# r0 n7 P2 @1 f( S3 R    หลักการวิเคราะห์
% A; i+ z8 w7 i2 m. ~) z8 l1 D9 ~    % v, ], F- A3 \* {; _, B
    1. พิจารณาว่าเรื่องนั้นใช้รูปแบบใด เช่น เป็นนิทาน เป็นเรื่องยาว เป็นร้อยกรอง เป็นบทละคร เรื่องสั้น บทความ
0 Y! S; W0 J  q    2. แยกเนื้อเรื่องให้ได้ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไร7 s! [" V; F* A, }% c/ A, v
    3. แยกพิจารณาให้ละเอียดว่า เนื้อหาประกอบด้วยอะไรบ้าง
) W) A2 }" B. [! Z2 A+ h6 x/ s    4. พิจารณาว่าใช้กลวิธีในการนำเสนอเรื่องอย่างไร
" ^4 Q+ T) M( C) B5. ลำดับเหตุการณ์ ตามเหตุผลคือ ลำดับจาเหตุไปหาผลหรือจากผลไปหาเหตุหรือตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหลังความสำคัญมากไปหาความสำคัญน้อยสิ่งที่ใก้ลตัวไปหาไกลตัวจากขวาไปซ้ายหรือซ้ายไปขวาจากเหนือไปใต้หรือใต้ไปเหนือจากสถานที่ใหญ่ไปหาสถานที่เล็กจากส่วนรวมไปหาส่วนย่อย เป็นต้น  @: T: g$ Y' g
6.พิจารณาความคิดที่ผู้เขียนต้องสื่อให้ผู้อ่านทราบและความหมายที่แฝงอยู่ในเนื้อเรื่องหรือข้อความนั้น เมื่ออ่านพิจารณาข้อความ บทความเนื้อเรื่องเสร็จแล้วจึงตอบคำถามข้อควรระวังคือคำตอบที่ให้เลือกนั้นจะคล้ายคลึงกันมากบางครั้งดูเหมือนว่าคำตอบเป็นคำตอบที่ถูกต้องทุกข้อ จึงต้องใช้วิจารณญาณเลือกคำตอบที่ถูกที่สุด

330

กระทู้

2185

โพสต์

109หมื่น

เครดิต

Knights

แอ๊คแก๊ง

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

เครดิต
1099059
 เจ้าของ| โพสต์ 1-3-2009 05:35:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
การสรุปความและการจับใจความ                                                                                                                                                                                                                                                                                                                        % I2 u) S( ^0 D5 F! K. l' _. u
           การอ่านเพื่อสรุปความและจับใจความควรอ่านไปให้ตลอดเรื่องแต่อย่าเพิ่งสรุปเมื่อ่านจบเรื่องแล้วจะต้องจับใจความให้ได้ดังต่อไปนี้
$ q8 p* y% }& d9 p$ C   
3 O) _. g" f: {. c% P1 M    1. ต้องหาใจความสำคัญของเรื่องให้ได้7 a) J/ W9 i! q, R2 q8 a
ใจความสำคัญ จะปรากฎอยู่ในประโยคใดประโยคหนึ่งหรือย่อหน้าใดย่อหน้าหนึ่งส่วนข้อความอื่นจะเป็นส่วนประกอบหรือส่วนขยายใจความสำคัญแต่ก็ไม่แน่เสมอไปบางครั้งประโยคที่เป็นใจความสำคัญ อาจจะอยู่ตอนต้นหรือตอนท้ายของเรื่องก็ได้7 s" j$ m: _+ \( k
   
/ Q& W3 u( V3 M+ D- e2. เนื้อเรื่องและส่วนประกอบหลัก ที่จะนำมาขยายความสำคัญโดยตรงและส่วนประกอบย่อยอื่นๆ จะเป็นส่วนขยายความให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นคือ+ \9 J! f- A* J5 j7 `- F& r2 i: N
    , i6 O; M& R; }# f9 J9 Y
    - ทำให้ทราบใจความสำคัญว่าส่วนประกอบมีอะไรบ้าง# V" q3 i: S# Y4 l+ B
    - มีความต่อเนื่องกันมาอย่างไร
, p9 M3 o2 o+ l+ o    - ขยายความเข้าใจได้ชัดเจน
) h7 j7 p5 g  {3 P    - สรุปใจความได้! s& Q% ^1 i" `5 A4 W. w1 j# H
   
6 G; O" y( K+ s) l0 A          เมื่อพิจารณาได้ดังนี้แล้วจึงนำความเข้าใจจากการอ่านมาสรุปเนื้อความบทความหรือเรื่องราวที่อ่านเพื่อนำมาจับใจความให้ได้ว่า ใคร? ทำอะไร?ที่ไหน? เมื่อไหร่? อย่างไร?เมื่อจับใจความและเข้าใจได้ดังนี้แล้วจึงจะนำความเข้าใจไปตอบคำถามที่กำหนดให้

330

กระทู้

2185

โพสต์

109หมื่น

เครดิต

Knights

แอ๊คแก๊ง

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

เครดิต
1099059
 เจ้าของ| โพสต์ 1-3-2009 05:35:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ความเข้าใจภาษา                                                                                                                                                                                                                                                                                                                        ความเข้าใจภาษา เข้าใจเรื่องราว
! B. T5 u4 f$ l6 z7 f      * ^( |2 S2 T  t- \2 a
          การทำความเข้าใจภาษาเพื่อให้เข้าใจเรื่องราวนั้นควรอ่านเรื่องหรือบทความให้ตลอดเรื่องอย่างช้าๆเพื่อให้ทราบความหมายหรือความคิดที่สำคัญของเรื่องเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างละเอียดถี่ถ้วนเมื่อเข้าใจเรื่องราวแล้วก็จะสามารถแยกได้ว่าข้อความใดสำคัญมากข้อความใดสำคัญน้อยจุดประสงค์ของเนื้อเรื่องหรือบทความ คืออะไรอยู่ที่ใดและต้องการอะไรหรือให้ทำอะไรเมื่อทำความเข้าใจเนื้อเรื่องได้ดีแล้วจึงเรียงลำดับความสำคัญมากหรือน้อยเพื่อนำไปตอบคำถามให้ตรงกับจุดมุ่งหมายตามที่กำหนดให้ 1 s. Z" Y5 O/ d  N" L
      S( |4 a  T, g, W* R
         ความเข้าใจภาษาเข้าใจเรื่องราวต้องการการฝึกฝนเพื่อให้เกิดความเข้าใจในเวลาอันรวดเร็วซึ่งต้องอาศัยพื้นฐาน คือสมาธิในการอ่านการทำความเข้าใจถึงจุดมุ่งหมายและควรมีความรู้ความชำนาญในเรื่องถ้อยคำและสำนวนเป็นอย่างดี จึงจะนำมาใช้ในการทดสอบได้

330

กระทู้

2185

โพสต์

109หมื่น

เครดิต

Knights

แอ๊คแก๊ง

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

เครดิต
1099059
 เจ้าของ| โพสต์ 1-3-2009 05:35:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
การเขียน                                                                                                                                                                                                                                                                                                                       
& E$ u( z& }4 L  Z
การเขียนคือการแสดงความรู้/ความคิด/ความรู้สึกและความต้องการของผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้ผู้รับสามารถอ่านเข้าใจได้ รับทราบความรู้ ความคิดความรู้สึกและความต้องการเหล่านั้น
4 w! e1 j' V. i3 o& H***ข้อสอบการเขียนจะทดสอบในเรื่องการเรียงความและการเขียนประโยคตามหลักภาษาโดยจะกำหนดข้อความ/ประโยคหรือบทความแล้วให้ตอบคำถามโดยเลือกข้อความที่กำหนดให้ซึ่งเป็นข้อความที่ถูกต้องตามหลักภาษาหรือใส่เครื่องหมายเลขกำกับหัวข้อแล้วให้เรียงเลขที่กำกับมาให้ถูกต้อง***
- v. C/ m' ^- e$ p! M
      
  • การเรียงความ
หลักในการทำข้อสอบ ควรพิจารณาดังต่อไปนี้คือ" m2 D% @3 D+ N& i' V
หลักการพิจารณาข้อความ
' J, d- p# b  S  T  e2 Q/ n8 H    9 t8 }) L6 w  M& X5 C% @2 e! E- Z- n9 l
    1.ความหมายของคำในความหมายอย่างเดียวกันต้องเลือกดูคำที่มีความหมายแจ่มแจ้งที่สุดเช่นคำว่า"สวย" กับ "งาม" มีความหมายใก้ลเคียงกัน คำว่า "งาม"น่าจะเหมาะกับประโยคที่สอื่ความหมายถึงการมีจิตใจดีและมีคุณธรรมส่วนคำว่า "สวย"หมายถึงรูปร่างหน้าตาภายนอก ซึ่งคำว่า"งาม"จะมีความหมายที่ลึกซึ้งกินใจกว่า เป็นต้น
; }$ z7 C  B2 ^
2.การประหยัดคำ เราต้องใช้คำให้ถูกที่และเหมาะสมกับฐานะบุคคลปัจจุบันมักจะใช้คำผิดๆส่วนมากป็นคำราชาศัพท์หรือศัพท์ที่ใช้มานานแล้ว เช่น คำว่า"มหาศาล"นั้นแต่ก่อนใช้แต่กับ พระมหากษัตริย์และพราหมณ์แต่ปัจจุบันยังนำมาใช้แม้แต่ลุ่มโจร
7 {/ }* B) \# D" ]+ W8 ]5 Q$ n

* P4 s3 o) x  Y/ b8 V, Z/ a3. หลักความใก้ลชิด ต้องวางคำขยายให้ถุกต้องตามตำแหน่งหน้าที่มิเช่นนั้นจะทำให้ความหมายกำกวม เช่น ไหมเป็นสินค้าสำคัญซึ่งได้มาจากตัวหนอนเล็กๆ ประโยคนี้ควรแก้เป็น ไหมซึ่งได้มาจากหนอนตัวเล็กๆเป็นสินค้าสำคัญ5 J1 G5 V! U1 \7 @; K) E8 D5 d
4. ฐานแห่งน้ำหนัก ประโยคหนึ่งๆถ้าแบ่งเป็น 3 ตอน ใจความสำคัญมักจะอยู่ตอนท้าย รองลงมาเป็นต้นประโยค ส่วนกลางประโยคจะมีความสำคัญมากที่สุด เช่น; @3 R& C! f) ~# s1 y
               ยกมืขึ้นไม่เช่นนั้นจะตาย3 w% H/ {: j& f  t
               ชนชาวไทยร่วมชาติขิงข้าพเจ้าทั้งหลายจงตื่นเถิด

! {" W7 g9 E. A" A0 d: Z5. เหตุผล ต้องพิจารณาจากหลักเหตุผลถ้าข้อความใดผิดหลักความเป็นจริงก็ใช้ไม่ได้ เช่น ประโยคที่ว่า เด็กคนนั้นเก่งจังเลยแค่ 5-6 เดือนก็วิ่งได้แล้ว ซึ่งเป็นไปไม่ได้5 Y/ t8 T! R( v, K, N: h. x( ?
6.ไวยากรณ์หรือหลักของภาษาเราต้องดูว่าคำที่ใช้ถูกต้องและมีความหมายกลมกลืนในประโยคหรือไม่ เช่น
- ?8 N) q- n0 N( B  2 r" m  w( C8 Z: g* P2 _
  คำว่า "สมควร" ควรเชื่อมกับคำว่า "แก่" เช่นประโยคต่อไปนี้ , v7 p; Q# F2 O' {$ ]+ v& ]
  "เขาจะต้องทดลองปฎิบัติราชการจนหัวหน้าเห็นว่าเขามีความสามารถ สมควรแก่ ตำแหน่ง" ! K7 k. W9 c( [6 d
"สมเด็จพระบรมพิตรพพระราชสมภารเจ้าตั้งพระราชหฤทัยทรงพระราชวิจารณ์ราชกิจดดยสมควรแก่ประเทศชาติ โดย สมควรแก่ กาลสมัย
4 ?6 C4 i: M  o- {0 j9 o  
9 R! e$ o: ^! P$ q9 m  คำว่า "สม" ควรเชื่อมกับคำว่า "กับ" ดังนี้
# v3 G' A- Q% W2 r6 N* Z  "เปรียบสตรีมีกุลชาติ มารยาทน่าชม สมกับ หญิง"
1 ~) D9 i/ y$ e5 {+ H) B: Z"ท่านต้งปฎิบัติหน้าที่ให้ สมกับ เป็นครู"3 Z8 e; P+ l& L/ t$ n6 U7 }' X
  $ X& f: ]3 \) Z9 c
  คำปฎิเสธซ้อนกันไม่ควรใช้มิเช่นนั้นจะกลายเป็นคำบอกรับไป เช่น! `- U4 K: W1 k$ H! y
"ห้ามไม่ให้เก็บดกไม้" กลายเป็น "ให้เก็บดอกไม้ได้"
1 w- z" `- \# x. O6 U; W0 v2 G"มิใช่ลำเอียงก็เปล่า" กลายเป็น "ลำเอียง". i/ m' p' d# _# v$ G7 [' N

# O( F1 \% s; K) q! }7. การใช้ถ้อยคำให้ถูกต้องตามความนิยม ต้องดูตามความเหมาะสม% `7 A3 A) k' e; r
      ประโยคที่ใช้ตามภาษาอังกฤษไม่ควรใช้ เช่นคำว่า "จับหวัด" เพราะภาษาไทยใช้ว่าว่า "เป็นหวัด"/ f4 @7 z8 v/ q* M, c$ f8 V- \  R
  ประโยคที่มีคำภาษาบาลีเช่นคำว่า"อันว่าข้าพเจ้านี้มีความทุกข์"ก็ไม่ควรใช้เพราะคำว่า "อันว่า"ไม่เป็นที่นิยมและบรรยายเป็นตัวอักษรไม่ได้
2 ~4 o7 }& \4 ^) G1 i* W  ประโยคว่า "ฉันจะไปตัดเสื้อ" ควรใช้ "ฉันจะไปให้ช่างตัดเสื้อ"4 u7 b6 O" E: L( N9 x8 z( t
  ประโยคว่า "ฉันจะไปตัดผม" ควรใช้ "ฉันจะไปให้ช่างตัดผม" แต่ประโยค "เขาตัดผมของฉันและแต่งให้เรียบร้อย" ก็ไม่ควรใช้เพราะยาวไปไม่เป็นที่นิยม
; `% q. i! \/ C2 r

. t1 U6 y2 q8 l8 C1 f* R# \หลักการเรียงความ (ในการสอบ)
6 g, T+ B" ]; S1 |+ _. _1 |    ' I7 z. _3 H, P1 U, p/ v8 r
    การจัดเรียงข้อความที่วางไว้ผิดที่ ผิดความหมายให้ได้ใจความชัดเจนนั้นในข้อสอบจะวางข้อความกลับกันไปมาอ่านแล้วไม่ได้ใจความชัดเจนจึงต้องเรียบเรียงข้อความใหม่เพื่อให้อ่านได้ความมีหลักในการเรียงข้อความดังนี้
3 b6 M/ O- x$ V3 k  / D: O% x+ q- s3 {
1.ข้อความที่กำหนดให้ส่วนใหญ่ข้อความนั้นจะเป็นตอนๆให้ผู้สอบอ่านข้อความที่กำหนไว้ในข้อสอบตั้งแต่ต้นจนจบทุกข้อความแยกเอกรรถประโยคอเนกถรรถประโยคและสังกรประโยคแล้วกำหนดว่าข้อความใดควรจะอยู่ก่อนอยู่หลังโดยจัดเรียงตามลำดับควมแล้วใส่หมายเลขกำกับลงบนข้อความนั้นๆ เรียงตามลำดับไปจนจบข้อความ
0 s8 s2 U# H$ `2 E3 s! a& g8 }5 ]  
" I- K6 H7 F( |( T+ @; F% b: u  2.จัดประโยคโดยเรียบเรียงตามลำดับข้อความให้ได้ใจความดีและเป็นภาษาที่สละสลวย8 S: X1 [; W5 z. n" O' y$ z/ t
    A% E6 V$ [# G& @. t1 P1 z, Z
3.อ่านข้อความที่ได้จัดเรียงลำดับตามหมายเลขแล้วว่าได้ความชัดเจนหรือยังถ้ายังไม่ชัดเจนก็เรียบเรียงข้อความใหม่จนกว่าจะได้ความชัดเจน
  K6 j" X+ p6 t5 ]  # i  F. d9 N. J
  4.เมื่อได้ลำดับหมายเลขและใจความชัดเจนดีแล้วจึงเขียนข้อความเรียงลำดับหมายเลขลงในระดาษคำตอบ
9 Q% s6 m& z1 `! D! B+ o- u7 n***ในการเรียงข้อความนี้ผู้เข้าสอบจะต้องฝึกหัดทำบ่อยๆเพื่อให้เกิดความชำนาญและต้องฝึกอ่านจดจำข้อความที่ใช้ภาษาได้ถูกต้องจะช่วยให้ทำข้อสอบได้รวดเร็วถูกต้องและดีขึ้นใช้เวลาในการทำข้อสอบน้อยลง
0 b0 ^. W9 ?7 N9 M3 A
***ในการสอบเนื่องจากเวลามีจำกัดเมื่ออ่านข้อความที่กำหนดให้แล้วมีความเห็นว่าจะเรียงลำดับให้อ่านได้ใจความยากและไม่แน่ใจว่าจะถูกต้องหรือไม่ขอแนะนำว่าควรจะทำข้อสอบข้ออื่นที่ทำได้ก่อนเสร็จแล้วจึงกลับมาเรียบเรียงใหม่
: y% N, J# y2 x# v0 a# v+ z
      
  • การเขียนประโยคตามหลักภาษา
ประโยค คือกลุ่มคำที่กี่ยวข้องกันเป็นระเบียบและมีเนื้อความครบบริบูรณ์ประกอบด้วยภาคประธานและภาคแสดง( O% ~: W- F( D9 f5 `8 h/ s; w
    ส่วนต่างๆของประโยค ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน คือ
: z6 `0 |+ _- D; s7 C    $ U" H& U" Z( R$ X
    1. ภาคประธาน ประกอบด้วย บทประธานและบทขยายประธาน/ }8 A! C+ w, W4 K5 l, V' z. w
  2. ภาคแสดง ประกอบด้วย บทกริยา บทขยายกริยา บทกรรม บทขยายกรรม  p1 R9 t0 M7 ^6 C6 @3 o
    n; Y7 e( W* \% x
  รูปประโยค มีอยู่ 5 รูปคือ# X* Y# F* c5 y
  - L5 F; i( L/ U
  1. ประโยคกรรตุคือประโยคที่กล่าวตรงไปตรงมา คือมีการเรียงประธาน+กริยา และกรรม ตามลำดับ เช่น สุนัขกัดแมว

1 t+ J( V  ]4 A8 M6 }  ], H2. ประโยคกรรม คือประโยคที่เอากรรมของกริยามาเป็นประธาน โดยวางไว้หน้าประโยค เพื่อเน้นกรรม เช่น แมวถูกสุนัขกัด
4 m2 y& C. {# J* B6 a" S+ w3.ประโยคกริยา คือประโยคที่เอาคำกริยามาไว้หน้าประโยคเพื่อเน้นคำกริยานั้นๆ เกิดการปฎิวัติขึ้น,มีนักเรียน 20 คนในชั้นนี้
1 ^" n/ V3 M  ?4. ประโยคการิต คือประโยคกรรตุ หรือประโยคกรรม แต่มีผู้รับแทรกเข้ามา เช่น เขาบังคับให้คนใช้ทำงานหนัก,ครูให้นักเรียนทำงานหนัก8 E3 O6 `7 G8 s
5.ประโยคกริยาสภาวมาลาคือประโยคที่เอาคำกริยาสภาวมาลาเป็นบทประธาน(กริยาสภาวมาลาคือกริยาที่ทำหน้าที่คล้ายกับนาม) หรือบทขยายประธานบทกรรมหรือบทขยายส่วนใดส่วนหนึ่งของประโยคก็ได้เช่นออกกำลังกายทุกวันทำให้ร่างกายแข็งแรง,พูดดีเป็นศรีศักด

330

กระทู้

2185

โพสต์

109หมื่น

เครดิต

Knights

แอ๊คแก๊ง

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

เครดิต
1099059
 เจ้าของ| โพสต์ 1-3-2009 05:36:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
การเลือกใช้คำหรือกลุ่มคำ                                                                                                                                                                                                                                                                                                                       
  4 Y3 ]; w7 V$ l& d( n. [3 c- Y7 b

( ~8 ?. U) p) q' O0 nการเลือกใช้คำหรือกกลุ่มคำคือการหาคำหรือกลุ่มคำมาเติมลงในช่องว่างที่เว้นไว้เพื่อให้ความหมายนั้นสอดคล้องกับเรื่องหรือเพื่อให้เรื่องมีความหมายที่ชัดเจน ไม่กำกวมหรือไม่ให้ความหมายของเรื่องเป็นอย่างอื่นดังตัวอย่างข้อสอบ
3 H2 U1 a5 a! Z  b/ B1. พิธีการสมโภชกรุงรัตนโสินทร์ 200 ปี ในเดือนเมษายน ศกนี้ จะมีการ....ให้ประชาชนได้เห็นทั่วประเทศ' @% E! @- D5 D
  ก. ถ่ายเทป                         ข. ถ่ายทอด
; ], r! J1 ]  n8 I  ค. ส่งทอด                        ง. ถอดถ่าย2 t) h9 |) A8 k6 i4 T
คำตอบ ข.
7 H4 \3 D, c1 ?$ Y3 \2. พระพุทธเจ้ามิได้ทรงมีพระประสงค์จะสอน ปรัชญา โดยตรง แต่ทว่าสอน.....เฉพาะที่ทรงเล็งเห็นว่าจะมี....ต่อการพ้นทุกข์เท่านั้น# W2 b, A( k8 }0 Z  x  T" W
  ก. วิปัสสนา,โอกาส             ข. ปรัชญา,ประโยชน์1 ^) V1 \" W) }4 ~; e
  ข. แก้ปัญหา,ประโยชน์        ง. คนทั่วไป,โอกาส2 i  N; F% E1 u4 r0 ~: b+ _) b
ตอบ ข.: G6 l* Z" M- Z% ?
3. เราควรจะ...ได้ว่า เรามีขุมควมคิดที่ประมาณค่ามิได้...อยู่ในพระไตรปิฎก
) U; Q. O3 e* h4 l, u  ก. ดีใจ,ช้อน                     ข. ดีใจ,บรรจุ; c  o, D. D5 g$ A8 `! [0 m
  ค. ภูมิใจ,ซ่อน                   ง. ภูมิใจ,บรรจุ! Z; {! D% Q+ t% f# q- Q& w, O0 n
ตอบ ง.  g$ f& a4 h4 _: }' O$ h
4.แต่....ล้ำค่านี้ดูเหมือนจะมีสภาพเช่นเดียวกับ....ธรรมชาติของประเทศเรานั่นเอง
1 X  V4 y0 M9 r/ G" j      ก. ขุมความคิด,ขุมทรัพย์     ข. สมบัติ,ขุมทรัพย์$ K4 x+ p$ m  O% X1 H5 Q5 ?; b
      ค. ขุมทัพย์,ทรัพยากร         ง. ขุมทรัพย์,สมบัติ
5 T: p0 G: e9 T$ M, cตอบ ค.
8 {- f% i4 k: _+ m( X5.คือพวกเราได้รับผลประโยชน์กันเพียง....เราขาดเครื่องมือและผู้เชี่ยวชาญสำหรับ....เอาทรัพยากรที่เรามีอยู่เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ เพื่อความเจริญของประเทศ% x* w& L. r7 Y" D1 X
  ก. เล็กน้อย,ขุดคุ้ย               ข. เล็กน้อย,ขุดค้น- S2 r8 z6 D, W0 u" [: F
  ค. ผิวเผิน,ช่วยไม่ได้            ง. ผิวเผิน,ขุดคุ้ย, M0 W" Y9 u; u, d; P
ตอบ ข.

330

กระทู้

2185

โพสต์

109หมื่น

เครดิต

Knights

แอ๊คแก๊ง

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

เครดิต
1099059
 เจ้าของ| โพสต์ 1-3-2009 05:36:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ความหมายของคำหรือกลุ่มคำ                                                                                                                                                                                                                                                                                                                       
  G4 g/ e% f- O9 M* Z7 d# X: @
: `4 Q% J: t. \2 i, S
     ความหมายของคำหรือกลุ่มคำที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้โดยทั่วไปมีความหมาย2อย่างคือความหมายโดยตรงและความหมายโดยนัย
* H: C5 g, o7 y; m
    ความหมายโดยตรง คือ คำแปลหรือคำจำกัดความที่บัญญัติไว้ในพจนานุกรมเป็นความหมายตรงตัวเลย เช่นคำว่า "เผา" ก็หมายถึง เอาไฟจุด เป็นต้น+ w; o5 A4 W$ u! s
    ความหมายโดยนัย คือคำที่มีความหมายที่ไม่ตรงับความหมายดั้งเดิม เช่น "แดดเผา" แปลว่าทำให้เร่าร้อน , "เผาขน" แปลว่า ระยะประชั้นชิด เป็นต้น
2 T' m! V$ ^) y* J***ลักษณะข้อสอบ***จะออกมาเพื่อให้เลือกตอบคำถามที่มีความหมายตรงกับคำขีดเส้นใต้ดังตัวอย่างต่อไปนี้. c# m! E# M4 Y( x' D
1. เด็กเกเรจนพ่อแม่ต้องบอกศาลา" l& |' Z" P" X; z$ F' P6 c
      ก. กล่าวโทษ            ข. กล่าวตักเตือน
- |: [0 X# |# x" n  ค. นำไปไว้ที่ศาลา     ง. เลิกเอาใจใส่
8 H8 G- \& j4 \3 M! M
ตอบ ง.* n4 u3 Z4 d% s
2. เขาทั้งสองรักกันอย่างดูดดื่ม" J2 Q0 v; P& u. b; \- b
      ก. ซาบซึ้ง                ข. ชุ่มชื่น' D6 m3 P. ]5 R% _2 k
      ค. ละมุนละไม          ค. อ่อนหวาน

2 e- }% E* f4 J& B6 y8 S0 yตอบ ก.
5 A0 E9 M5 x7 ?2 }9 b& p; L( R7 i) K/ ~3. เธออย่าทำอะไรบุ่มบ่ามน่ะ
. y9 I/ k- ]* h8 H& G3 K      ก. หลงไหล             ข. คลั่งไค้ล
( K. O- g; S; M  U" y- n0 K      ค. ผลีผลาม           ง. ไม่มีเหตุผล
' f  n/ A; C  L, F
ตอบ ค.
% `  @! t) c; @9 x% `8 s- x     
8 q( i, d) a) O! \! S5 g* k" J

330

กระทู้

2185

โพสต์

109หมื่น

เครดิต

Knights

แอ๊คแก๊ง

Rank: 9Rank: 9Rank: 9

เครดิต
1099059
 เจ้าของ| โพสต์ 1-3-2009 05:37:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
วิชาภาษาไทย - การใช้คำราชาศัพท์                                                                                                                                                                                                                                                                                                                        ใช้ ทรง นำหน้ากริยาธรรมดา เพื่อทำให้คำกริยาธรรมดากลายมาเป็นคำกริยาราชาศัพท์   สำหรับ พระราชา และเจ้านาย เช่น ทรงยินด ี, ทรงขว้าง , ทรงวาง   , ทรงวิ่ง , ทรงยิง ,ทรงกรุณา ,ทรงสามารถ ,ทรงกล่าว , ทรงอธิบาย , ทรงรับ , ทรงกระแอม   ,ทรงชุบเลี้ยง , ทรงฟัง. / N( V" p8 D* V+ z. T# C
ใช้ ทรง เป็นสกรรมกริยา   นำหน้านามธรรมดาคือนำหน้าคำนามที่ไม่เป็นคำราชาศัพท์สำหรับพระราชาและเจ้านายมีความหมายได้หลายประการตามแต่นามอันเป็นกรรมจะบ่งถึง   เช่น ทรงศีล (รับศีล) , ทรงบาตร (ตักบาตร) , ทรงธรรม (ฟังเทศน์)   ,ทรงม้า (ขี่ม้า) , ทรงรถ , ทรงปืน , ทรงสกี , ทรงดนตรี , ทรงเบ็ด ,ทรงกีฬา ,   ทรงตะกร้อ ,ทรงศร
( V$ V9 x0 o' z1 H3 ?ห้ามใช้   ทรง นำหน้าคำกริยาราชาศัพท์ เมื่อกริยาเป็นราชาศัพท์อยู่แล้ว   ไม่นิยมคำว่าทรง นำหน้าซ้อนลงไปอีก ได้แก่คำต่อไปนี้ ตรัส   , ดำรัส ประทับ (อยู่ , ยืน ,นั่ง) เสด็จ (ไป)   สรง , สรงน้ำ กริ้ว เสวย โปรด   ( รัก ,ชอบ ) ประชวร บรรทม รับสั่ง สุบิน   ทอดพระเนตร (ยกเว้นคำเดียวคือ ทรงผนวช เพราะนิยมใช้กันมาอย่างนี้)7 Q0 U. H& r( t3 S0 y3 {1 n7 M
  F* U. ~# S  }
คำราชาศัพท์หมวดต่างๆ                                                                                                                                                                                                                                                                                                                       
   1. หมวดร่างกาย$ P4 z. e9 Y7 \7 L
                                                        
หน้าผาก = พระนลาฎ
แก้ม = พระปราง
ตา = พระเนตร
นิ้วหัวแม่มือ = พระอังคุฐ
จมูก = พระนาสิก
นิ้วชี้ = พระดัชนี
ปาก = พระโอษฐ์
นิ้วกลาง = พระมัชฌิมา
ฟัน = พระทนต์
นิ้วนาง = พระอนามิกา
เขี้ยว = พระทาฐะ
นิ้วก้อย = พระกนิษฐา
ลิ้น = พระชิวหา
เล็บ = พระนขา
หู = พระกรรณ
รักแร้ = พระกัจฉะ
ไหปลาร้า = พระรากขวัญ
ท้อง = พระอุทร
บ่า = พระอังสะ
สะดือ = พระนาภี
มือ = พระหัตถ์
สีข้าง = พระปรัศว์
หลัง = พระปฤษฎางค์
ตะโพก = พระโสณี
ตัก = พระเพลา
เข่า = พระชานุ
เท้าทั้งคู่ = พระยุคลบาท
ไต = พระวักกะ
ตับ = พระยกนะ
ปอด = พระปับผาสะ
2. หมวดเครื่องอุปโภค บริโภค
* _0 ?0 o  L- ]6 x                                
ตรา = พระราชลัญจกร
กระโถนใหญ่ = พระสุพรรณราช
พานหมาก = พานพระศรี
กระโถนเล็ก = พระสุพรรณศรี
หมวก = พระมาลา
แว่นตา = ฉลองพระเนตร
ร่ม = พระกลด
มีดโกน = พระแสงกรรบิด
ช้อน = ฉลองพระหัตถ์ช้อน
น้ำหอม = พระสุคนธ์
ข้าว = พระกระยาเสวย
ยาถ่าย = พระโอสถประจุ
เหล้า = น้ำจัณฑ์
หม้อน้ำ = พระเต้า
ม่าน = พระวิสุตร
ประตู = พระทวาร
ปิ่น = พระจุฑามณี
ปืน = พระแสงปืน
3. หมวดขัตติยตระกูล7 E! a) n" h1 E6 I5 q4 U
                                    
ปู่ , ตา = พระอัยกา
ย่า ยาย = พระอัยกี
ลุง (พี่ของพ่อ) = พระปิตุลา
ป้า (พี่ของพ่อ) = พระปิตุจฉา
ลุง (พี่ของแม่) = พระมาตุลา
ป้า (พี่ของแม่) = พระมาตุจฉา
อาชาย = พระปิตุลา
อาหญิง = พระปิตุจฉา
พ่อ = พระชนก
แม่ = พระชนน
บุตรชาย = พระโอรส
บุตรสาว = พระธิดา
หลาน = พระนัดดา
เหลน = พระนัดดา
สามี = พระสวามี
ภรรยา = พระมเหสี
พ่อตา = พระสัสสุระ
แม่ยาย = พระสัสสุ
ลูกเขย = พระชามาดา
ลูกสะใภ้ = พระสุณิสา
4. หมวดกริยา$ k2 w; P% H% d: l- B
                    
ไป = เสด็จพระราชดำเนิน
กิน = เสวย
นอน = บรรทม
สบาย = ทรงพระสำราญ
ป่วย = ทรงพระประชวร
ตัดผม = ทรงเครื่องใหญ่
่อ่านหนังสือ = ทรงพระอักษร
ดู = ทอดพระเนตร
รัก = โปรด
หัวเราะ = ทรงพระสรวล
กั้นร่มให้ = อยู่งานพระกลด
ให้ = พระราชทาน
5. หมวดคำที่ใช้กับพระสงฆ์: [$ u- T+ R# k1 j2 x
                           
เชิญ = นิมนต์
ไหว้ = นมัสการ
กิน = ฉัน
นอน = จำวัด
สวดมนต์ = ทำวัตร
โกนผม = ปลงผม
อาบน้ำ = สรงน้ำ
ขอโทษ = ขออภัย
บิดา , มารดา = โยม
ผู้หญิง = สีมา
ปวย = อาพาธ
ตาย = ถึงแก่มรณภพ
ยา = โอสถ
เรือน , ที่พัก = กุ ฎิ
บวช = บรรพชา
นักบวช = บรรพชิต

2

กระทู้

14

โพสต์

19

เครดิต

คนหน้าแปลก

Rank: 1

เครดิต
19
โพสต์ 7-6-2009 21:32:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
รบกวนขอเฉลยด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ katasai@hotmail.com
โหมดขั้นสูง
B Color Image Link Quote Code Smilies

รายละเอียดเครดิต

รูปแบบข้อความล้วน|Mobile|รายชื่อผู้กระทำผิด|งานราชการ รัฐวิสาหกิจ เปิดสอบ แนวข้อสอบ actboard.129jump.com

GMT+7, 26-10-2014 09:50 , Processed in 0.185566 second(s), 14 queries , Xcache On.

Powered by Discuz! X3.1 R20140301, Rev.30

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้