- h$ v7 h( [. O; }
| 1. รองอธิบดี - กรณีที่มีรองอธิบดีคนเดียว ให้รักษาราชการแทนโดยอัตโนมัติ - กรณีมีรองอธิบดีหลายคนให้แต่งตั้งรองอธิบดีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ร ักษา-ราชการแทน 2. หัวหน้ากองหรือเทียบเท่าขึ้นไปหรือผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่า รองอธิบดี - กรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิบดี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ให้แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งเทีย บเท่ารองอธิบดีหรือข้าราชการตำแหน่งหัวหน้ากอ หรือเทียบเท่าขึ้นไป คนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน (ผู้มีอำนาจแต่งตั้ง ได้แก่ ปลัดกระทรวง) 3. ผู้ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอธิบดีหรือเทียบเท่า - กรณีนายกฯ (สำหรับนายกฯ) หรือรัฐมนตรีว่าการฯ เห็นสมควรเพ่อความเหมาะสมแก่การรับผิดชอบปฏิบัติราชการในกรมนั้ น จะแต่งตั้งข้าราชการคนใดคนหนึ่งซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอธ ิบดีหรือเทียบเท่า เป็นผู้รักษาราชการแทนก็ได้ | | ข้าราชการในกรมซึ่งตำแหน่งเทียบเท่ารองอธิบดี หรือหัวหน้ากองหรือเทียบเท่าขึ้นไป (ผู้มีอำนาจแต่งตั้งได้แก่ อธิบดี) | เลขานุการกรม ผู้อำนวยการกอง/สำนัก มาตรา 47 | ข้าราชการในกรมซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากองหรือเทียบเท ่า (ผู้มีอำนาจแต่งตั้งได้แก่ อธิบดี) | ผู้ว่าราชการจังหวัด มาตรา 56 | 1. รองผู้ว่าราชการจังหวัด - กรณีที่มีรองผู้ว่าฯ คนเดียว ให้รักษาราชการแทนโดยอัตโนมัติ - กรณีมีรองผู้ว่าฯ หลายคนให้แต่งตั้งรองผู้ว่าฯ คนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน 2. ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด - กรณีที่ไม่มีรองผู้ว่าฯ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ถ้ามีผู้ช่วยผู้ว่าฯคนเดียวให้รักษาราชการแทนโดยอัตโนมัติ - ถ้ามีผู้ช่วยผู้ว่าฯ หลายคนให้แต่งตั้งผู้ช่วยผู้ว่าฯ คนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน 3. ปลัดจังหวัด - กรณีไม่มีรองผู้ว่าฯ และผู้ช่วยผู้ว่าฯ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ให้ปลัดจังหวัดรักษาราชการแทนโ ดยอัตโนมัติ 4. หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดซึ่งมีอาวุโส - กรณีที่ไม่มีรองผู้ว่าฯ ผู้ช่วยผู้ว่าฯ และปลัดจังหวัด หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ซึ่งมีอาวุโสเป็นผู้รักษาราชการแทน (กรณีที่จะต้องแต่งตั้ง ผู้มีอำนาจแต่งตั้ง ได้แก่ ปลัดกระทรวง) | นายอำเภอ มาตรา 64 วรรค 1 มาตรา 64 วรรค 2 มาตรา 64 วรรค 3 | ปลัดอำเภอหรือหัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอผู้มีอาวุโส - กรณีไม่มี ผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอ ให้ผู้ว่าฯ แต่งตั้งปลัดอำเภอ หรือหัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอผู้มีอาวุโสเป็นผู้รักษาราชการ แทน - กรณีมี ผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอ แต่ไม่อาจปฏิบัติได้ ให้นายอำเภอแต่งตั้งปลัดอำเภอ หรือหัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอผู้มีอาวุโสเป็นผู้รักษาราชการ แทน - กรณีที่ผู้ว่าฯ หรือนายอำเภอมิได้แต่งตั้ง ผู้รักษาราชการแทนไว้ให้ปลัดอำเภอ หรือหัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอผู้มีอาวุโสเป็นผู้รักษาราชการ แทน |
L ข้อสังเกตุ 1. สำหรับกรณีที่ถ้าคณะรัฐมนตรีต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้า ที่ต่อไป จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ จะเข้ารับหน้าที่เพราะ นายกรัฐมนตรีตาย ขาดคุณสมบัติ หรือต้องพ้นจากตำแหน่งในกรณีต่าง ๆ มาตร 4 วรรค 4 ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็น ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้ าที่แทน 2. ถ้าตำแหน่งใดไม่มีการบัญญัติใน พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 เช่น จ่าจังหวัด ปลัดอำเภอ เสมียนจังหวัด เป็นต้น เมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนั้น ๆ หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้เป็นครั้งคราว จะต้องดำเนินการตามมาตรา 68 แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ออกคำสั่งให้ข้าราชการพลเรือนที่เห็นสมควรเป็น ผู้รักษาการในตำแหน่ง สำหรับตำแหน่งปลัดจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยวินิจฉัยแล้วว่าให้ใช้วิธีการรักษ าราชการแทน เช่นเดียวกับในฐานะหัวหน้าส่วนราชการตามมาตรา 31 วรรคสอง (เช่นเดียวกับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนัก) 3. คำว่า "หัวหน้าส่วนราชการผู้มีอาวุโสตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ" ในส่วนของข้าราชการพลเรือนสามัญ มิได้มีระเบียบกำหนดไว้ชัดเจน แต่สำนักงาน ก.พ. ได้เคยพิจารณาจัดลำดับอาวุโสในส่วนราชการไว้ดังนี้ 3.1 ผู้ดำรงตำแหน่งในระดับสูงกว่า ถือว่าผู้นั้นอาวุโสกว่า 3.2 หากระดับเดียวกัน ผู้ใด ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับนั้นก่อน ถือว่าอาวุโสกว่า 3.3 หากได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับเดียวกันพร้อมกัน ผู้ที่เงินเดือนมากกว่าถือว่าอาวุโสกว่า 3.4 หากได้รับเงินเดือนเท่า ผู้ที่อายุราชการมากกว่า อาวุโสกว่า 3.6 หากได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นเดียวกัน ผู้ที่ได้รับเครื่องราชฯ ชั้นนั้นก่อนมีอาวุโสกว่า 3.7 หากได้รับเครื่องราชฯ ชั้นเดียวกัน พร้อมกัน ผู้ใดมีอายุแก่กว่ากัน ผู้นั้นอาวุโสกว่า M หลักเกณฑ์การปฏิบัติราชการแทน การปฏิบัติราชการแทน ตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 เป็นการมอบอำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการ หรือการดำเนินการอื่นที่ผู้ดำรงตำแหน่งจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินก ารตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีให้ผู้อื่นดำเนินการแทนโดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้ 1. กรณีที่จะมอบอำนาจตามกฎหมายนี้ได้ จะต้องเป็นกรณีที่กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้น มิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น หรือ มิได้ห้ามเรื่องการมอบอำนาจไว้ 2. ผู้ที่จะมอบอำนาจได้ ต้องเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งตามที่ระบุในมาตรา 38 3. การมอบอำนาจเป็นดุลยพินิจของผู้ดำรงตำแหน่งนั้น ที่จะมอบให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นหรือไม่ก็ได้ 4. วัตถุประสงค์ในการมอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจจะต้องพิจารณา ถึงการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ความรวดเร็วในการปฏิบัติราชการ การกระจายความรับผิดชอบตามสภาพของตำแหน่งของผู้รับมอบอำนาจ 5. ผู้ที่จะรับมอบอำนาจได้ ต้องเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งตามที่ระบุไว้ในมาตรา 38 เท่านั้น 6. หลักฐานการมอบอำนาจ ในการมอบอำนาจดังกล่าวข้างต้น ให้ทำเป็นหนังสือ 7. ผลการมอบอำนาจ เมื่อมีการมอบอำนาจแล้วผู้รับมอบอำนาจมีหน้าที่ต้องรับมอบอำนาจ นั้น และต้องปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบอำนาจตามวัตถุประสงค์ของการม อบอำนาจดังกล่าว 8. ผู้รับมอบอำนาจจะมอบอำนาจนั้นให้ผู้อื่นต่อไปไม่ได้ ยกเว้นกรณีการมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดจะมอบอำนาจนั้นต่อไปก็ได้ หากมอบให้แก่รองผู้ว่าฯ หรือผู้ช่วยผู้ว่าฯ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด แจ้งให้ผู้มอบอำนาจชั้นต้นทราบ หากจะมอบให้แก่บุคคลอื่นจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจา กผู้มอบอำนาจชั้นต้นแล้ว 9. การควบคุมการใช้อำนาจที่ได้รับมอบ ผู้มอบอำนาจมีหน้าที่กำกับติดตามผลการปฏิบัติราชการของผู้รับมอ บอำนาจและให้มีอำนาจแนะนำ และแก้ไขการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอำนาจได้ นอกจากนี้ในมาตรา 38 วรรคสี่ กำหนดว่า คณะรัฐมนตรีอาจกำหนดให้มีการมอบอำนาจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ตลอดจนการมอบอำนาจให้ทำนิติกรรม ฟ้องคดี และดำเนินคดีแทนกระทรวง ทบวง กรม หรือกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขในการมอบอำนาจให้ผู้มอบอำนาจ หรือผู้รับมอบอำนาจต้องปฏิบัติก็ได้ ในปัจจุบันคณะรัฐมนตรี ได้ออก ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการมอบอำนาจ พ.ศ. 2546 กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการมอบอำนาจในการปฏิบัติราชการ โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 38 (13) มาตรา 38 วรรคสี่ มาตรา 50/2 และมาตรา 50/5 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 ดังต่อไปนี้โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2546 เป็นต้นไป โดยในระเบียบดังกล่าวได้กำหนดรายละเอียดหลักเกณฑ์การมอบอำนาจ เพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้ในตัวกฎหมาย ดังนี้ O หลักเกณฑ์การมอบอำนาจ 1. การมอบอำนาจให้คำนึงถึง (1) ขีดความสามารถและความรับผิดชอบของ ผู้รับมอบอำนาจ รวมตลอดทั้งการอำนวยความสะดวก และการตอบสนองความต้องการของประชาชน (2) ความรวดเร็ว และการลดขั้นตอนในการปฏิบัติราชการ (3) ประสิทธิภาพ และความประหยัด (4) การสร้างความมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ 2. การมอบอำนาจตามระเบียบนี้ต้องไม่เป็นการเพิ่มขั้นตอนหรือระยะเว ลาในการใช้อำนาจ 3. ผู้มอบอำนาจมอบอำนาจให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ดำเนินการเรื่องนั้นโดยตรง และในกรณีที่เป็นการใช้อำนาจในเขตจังหวัดใด นอกจากกรุงเทพมหานคร ให้มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดนั้น 4. ในการมอบอำนาจ ให้ผู้มอบอำนาจดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) วางหลักเกณฑ์การใช้อำนาจของผู้รับมอบอำนาจ (2) จัดให้มีระบบการติดตามและประเมินผลการใช้อำนาจของผู้รับมอบอำนา จ (3) กำกับดูแลและแนะนำการใช้อำนาจของผู้รับมอบอำนาจ (4) จัดทำบัญชีการมอบอำนาจเสนอผู้บังคับบัญชา และ ก.พ.ร. และเปิดเผยให้ประชาชนทราบ 5. การมอบอำนาจให้ทำเป็นหนังสือโดย ระบุให้ชัดเจนเกี่ยวกับผู้รับมอบอำนาจ อำนาจที่มอบ หลักเกณฑ์ในการใช้อำนาจของผู้รับมอบอำนาจ และการรายงานผลการใช้อำนาจ ในการใช้อำนาจที่รับมอบให้ผู้รับมอบอำนาจบันทึกการใช้อำนาจตามห ลักเกณฑ์ที่ผู้มอบอำนาจกำหนด 6. ให้ส่วนราชการกำหนดวิธีปฏิบัติราชการในเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาของผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ มากเกินความจำเป็น ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถ และความรับผิดชอบที่มีต่อเรื่องนั้น ๆ และผู้มีส่วนร่วมพิจารณาในเรื่องใด ต้องร่วมรับผิดชอบในผลที่เกิดขึ้นจากเรื่องนั้นด้วย 7. ในกรณีที่ ก.พ.ร. เห็นว่าการมอบอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งใดมิได้เป็นไปตามระเบียบนี ้ ให้ ก.พ.ร. แนะนำให้ผู้ดำรงตำแหน่งนั้น ดำเนินการปรับปรุงตามที่เห็นสมควร 8. ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้ ก.พ.ร. เป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัย คำวินิจฉัยของ ก.พ.ร. ให้เป็นที่สุด 9. ในกรณีที่ไม่สมควรหรือไม่อาจใช้บังคับระเบียบนี้กับการมอบอำนาจ ในเรื่องใด หรือหน่วยงานใด ก.พ.ร. จะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อมีมติให้ยกเว้น การใช้บังคับระเบียบนี้กับเรื่องหรือหน่วยงานนั้น ทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ การมอบอำนาจของตำแหน่งต่าง ๆ 1. บรรดาอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งที่อาจมอบได้ตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นั้น ให้ผู้มีอำนาจซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมขึ้นไป มอบอำนาจให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ทั้งหมด เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้จะไม่มอบอำนาจก็ได้ (1) เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายสำคัญ (2) เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เป ็นมาตรฐานเดียวกัน (3) เป็นเรื่องที่ผู้มีอำนาจเห็นว่าอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อน หรือเกิดความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชนได้ 2. ในกระทรวงที่มีการแบ่งกลุ่มภารกิจซึ่ง หัวหน้ากลุ่มภารกิจ มีอำนาจเช่นเดียวกับปลัดกระทรวง ให้หัวหน้ากลุ่มภารกิจดำเนินการมอบอำนาจตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว ้ในระเบียบนี้ โดยให้ถือเสมือนหนึ่งเป็นปลัดกระทรวงของส่วนราชการในกลุ่มภารกิ จนั้น 3. ให้อธิบดีดำเนินการวางระเบียบการมอบอำนาจตามมาตรา 38 (8) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามระเบียบนี้ 4. การมอบอำนาจให้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับมอบอำนาจจากส่วนราชการ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบอำนาจให้หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหว ัดที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในระเบียบ 5. ให้นายอำเภอ ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดดำเนินการ มอบอำนาจให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดในระเบียบ 6. การใช้อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าราชการจังหวัด และของผู้ดำรงตำแหน่งใดในจังหวัด ต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัด ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีกำหนดให้มีการแบ่งกลุ่มจังหวัดเพื่อประโยช น์ในการปฏิบัติภารกิจใดให้สอดคล้องกัน การมอบอำนาจจากผู้ดำรงตำแหน่งในราชการส่วนกลางไปยังผู้ว่าราชกา รจังหวัด และการมอบอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดตามข้อ 4 และการใช้อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้รับมอบอำนาจ ภายในกลุ่มจังหวัดเดียวกันต้องสอดคล้องกับแนวทางที่ประชุมร่วมร ะหว่างรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกลุ่มจังหวัดดังกล่าว และผู้ว่าราชการจังหวัดในกลุ่มเดียวกันนั้นได้กำหนดไว้ 7. การมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทนในต่างประเทศ ส่วนราชการใดมีภารกิจที่ต้องดำเนินการในต่างประเทศ ให้หัวหน้าส่วนราชการนั้นมอบอำนาจทั้งปวงที่จะต้องดำเนินการในต ่างประเทศนั้นให้แก่หัวหน้าคณะผู้แทน และให้หัวหน้าคณะผู้แทนมอบอำนาจให้รองหัวหน้าคณะผู้แทนหรือบุคค ลในคณะผู้แทน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในระเบียบ การมอบอำนาจในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจและองค์กรมหาชน 1. การมอบอำนาจในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกในการบริการประชาชน ให้ส่วนราชการซึ่งกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการใ ห้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นวางระเบียบการมอบอำนาจให้เหมาะสมกับ ภารกิจการบริการประชาชน ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความสะดวก รวดเร็ว ประสิทธิภาพ และประหยัดในการบริการประชาชน ตามแนวทางตามระเบียบนี้ 2. การมอบอำนาจในรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน เพื่อประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกในการบริการประชาชน คณะรัฐมนตรีจะมีมติให้คณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจ และขององค์การมหาชน ดำเนินการให้มีระเบียบว่าด้วยการมอบอำนาจให้สอดคล้องกับแนวทางต ามระเบียบนี้ โดยจะกำหนดให้ระเบียบดังกล่าว อย่างน้อยต้องกำหนดให้การใช้อำนาจของผู้รับมอบอำนาจในเขตจังหวั ดใด ต้องสอดคล้องกับนโยบายและแผนการปฏิบัติการของจังหวัดนั้นด้วยก็ ได้ |